เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม Flatwork Ironer มีกี่ลูก เลือกอย่างไร
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม Flatwork Ironer หรือที่เรียกกันว่า เครื่องรีดผ้าลูกกลิ้ง เป็นเครื่องจักรสำหรับรีดผ้าผืนขนาดใหญ่และช่วยลดความชื้นหลังการซัก เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีผ้าจำนวนมากและต้องการรีดผ้าอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงซักรีดอุตสาหกรรม รีสอร์ต ร้านซักรีดขนาดใหญ่ และโรงงานที่มีระบบซักรีดภายในองค์กร
จุดเด่นของ Flatwork Ironer คือการใช้ ความร้อน แรงกด และการสัมผัสกับลูกกลิ้ง เพื่อทำให้ผ้าเรียบและช่วยดึงความชื้นออกจากเนื้อผ้าในกระบวนการเดียว จึงช่วยลดเวลาและแรงงานเมื่อเทียบกับการรีดผ้าด้วยเตารีดหรือเครื่องรีดแบบทั่วไป มีรุ่นที่ใช้ลูกกลิ้งตั้งแต่ 1 ลูก, 2 ลูก, 3 ลูก และ 4 ลูก โดยรุ่นที่มีจำนวนลูกกลิ้งมากขึ้นจะรองรับความเร็วในการรีดที่สูงขึ้น เหมาะกับงานที่มีปริมาณผ้ามากขึ้น
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของเครื่องรีดผ้า Flatwork Ironer เข้าใจได้ง่าย ๆ คือ ผ้าที่ผ่านการซักและปั่นหมาด → ป้อนเข้าสู่เครื่อง → ลูกกลิ้งให้ความร้อนและกดผ้า → ดึงความชื้นออก → ผ้าเรียบและแห้งขึ้น → นำผ้าออกจากเครื่อง เมื่อเครื่องทำงานจนลูกกลิ้งมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ผ้าที่มีความชื้นจะถูกนำผ่านบริเวณระหว่างลูกกลิ้งกับชุดรีด ความร้อนจะช่วยระเหยน้ำ ขณะที่แรงกดและการสัมผัสกับพื้นผิวลูกกลิ้งช่วยทำให้เส้นใยผ้าเรียบขึ้น เครื่องสามารถทำหน้าที่ทั้ง Ironing และ Drying ในกระบวนการเดียว และสามารถปรับความเร็วของการรีดได้ตามชนิดผ้าและความต้องการของงาน ดังนั้น Flatwork Ironer จึงไม่ใช่เพียง “เครื่องรีดผ้า” แต่เป็นเครื่องที่ช่วย รีดและลดความชื้นของผ้าไปพร้อมกัน
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมมีกี่ลูกกลิ้ง?
จำนวนลูกกลิ้งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่อง เพราะมีผลต่อ ความเร็วในการรีด พื้นที่สัมผัสกับความร้อน และปริมาณงานที่สามารถรองรับได้ รุ่นขนาดหน้ากว้างสูงสุด 3,000 มม. มีข้อมูลรุ่นหลักดังนี้
| รุ่น | จำนวนลูกกลิ้ง | หน้ากว้างรีดสูงสุด | ความเร็วรีดสูงสุด |
|---|---|---|---|
| YPI-3000 | 1 ลูก | 3,000 มม. | 25 ม./นาที |
| YPII-3000 | 2 ลูก | 3,000 มม. | 40 ม./นาที |
| YPIII-3000 | 3 ลูก | 3,000 มม. | 60 ม./นาที |
| YPIV-3000 | 4 ลูก | 3,000 มม. | 80 ม./นาที |
4 รุ่นใช้ลูกกลิ้งขนาดประมาณ 800 มม. และใช้วัสดุลูกกลิ้ง Stainless Steel 304
สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจ
จำนวนลูกกลิ้ง ไม่ได้หมายความว่าลูกที่ 1 มีหน้าที่รีด ลูกที่ 2 มีหน้าที่อบ และลูกที่ 3 มีหน้าที่ทำให้ผ้าแห้งโดยแยกกันอย่างเด็ดขาด แต่ลูกกลิ้งหลายลูกช่วยเพิ่มจำนวนจุดที่ผ้าสามารถสัมผัสกับความร้อนและแรงกดระหว่างการเดินผ่านเครื่อง ทำให้เครื่องสามารถเดินผ้าด้วยความเร็วสูงขึ้นและรองรับงานต่อเนื่องได้มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ
ลูกกลิ้งน้อย = เหมาะกับงานปริมาณน้อยถึงปานกลาง
ลูกกลิ้งมาก = เหมาะกับงานปริมาณมากและต้องการความเร็วสูง
1. เครื่องรีดผ้า 1 ลูกกลิ้ง
เครื่องรีดแบบ 1 ลูกกลิ้งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณผ้าไม่สูงมาก และต้องการเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมที่มีขนาดกะทัดรัดกว่าแบบหลายลูก ตัวอย่าง YPI-3000 มีความเร็วรีดสูงสุดประมาณ 25 เมตรต่อนาที และรองรับหน้ากว้างรีดสูงสุด 3,000 มม.
เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับ
- โรงแรมขนาดเล็กถึงกลาง
- รีสอร์ต
- โรงซักรีดที่มีปริมาณผ้าไม่มาก
- ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มใช้เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม
- งานผ้าปูที่นอนและผ้าผืนทั่วไปที่ไม่ได้มีปริมาณสูงมาก
ข้อดี
- ใช้พื้นที่น้อยกว่าเครื่องหลายลูก
- เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำกว่าเครื่องขนาดใหญ่
- เหมาะกับปริมาณงานไม่สูงมาก
- ใช้งานง่ายและเหมาะสำหรับเป็นจุดเริ่มต้นของระบบรีดผ้าอุตสาหกรรม
ควรเลือกเมื่อไหร่?
ถ้าธุรกิจมีผ้าที่ต้องรีดทุกวัน แต่ไม่ได้มีปริมาณมากจนต้องเดินเครื่องต่อเนื่องเป็นเวลานาน เครื่อง 1 ลูกอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนกับกำลังการผลิตที่เกินความต้องการ
2. เครื่องรีดผ้า 2 ลูกกลิ้ง
เครื่องรีดแบบ 2 ลูกกลิ้งเหมาะสำหรับงานที่มีปริมาณผ้ามากขึ้น และต้องการเพิ่มความเร็วในการผลิต รุ่น YPII-3000 ระบุความเร็วรีดสูงสุดประมาณ 40 เมตรต่อนาที เมื่อเทียบกับรุ่น 1 ลูกที่ 25 เมตรต่อนาที จึงเหมาะกับโรงซักรีดที่ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตโดยยังไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขนาด 3 หรือ 4 ลูก
เหมาะกับใคร?
- โรงแรมขนาดกลางถึงใหญ่
- โรงซักรีดเชิงพาณิชย์
- รีสอร์ตที่มีผ้าจำนวนมาก
- โรงพยาบาล
- ธุรกิจที่ต้องการรีดผ้าต่อเนื่องเป็นประจำ
ข้อดี
- รองรับงานได้มากกว่าเครื่อง 1 ลูก
- สามารถเดินผ้าได้เร็วขึ้น
- เหมาะกับงานที่ต้องการความต่อเนื่อง
- เป็นทางเลือกกลางระหว่างเครื่อง 1 ลูกกับเครื่องอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
3. เครื่องรีดผ้า 3 ลูกกลิ้ง
เครื่องรีดแบบ 3 ลูกกลิ้งเหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณผ้าสูงและต้องการกำลังการผลิตมากขึ้น YPIII-3000 ระบุความเร็วรีดสูงสุดประมาณ 60 เมตรต่อนาที ด้วยความเร็วระดับนี้ เครื่องจึงเหมาะกับงานซักรีดอุตสาหกรรมที่มีผ้าเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง
เหมาะกับใคร?
- โรงซักรีดอุตสาหกรรม
- โรงแรมขนาดใหญ่
- โรงพยาบาลขนาดใหญ่
- โรงงาน
- ศูนย์ซักรีดที่รับผ้าจากหลายสาขา
- ธุรกิจที่มีผ้าปูที่นอนและผ้าผืนจำนวนมาก
ข้อดี
- รองรับงานปริมาณมาก
- ความเร็วในการรีดสูง
- เหมาะกับระบบซักรีดที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
- ช่วยลดเวลาในขั้นตอนรีดผ้าเมื่อเทียบกับเครื่องขนาดเล็ก
4. เครื่องรีดผ้า 4 ลูกกลิ้ง
เครื่อง 4 ลูกกลิ้งเป็นตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องการกำลังการผลิตสูงและต้องเดินเครื่องต่อเนื่อง รุ่น YPIV-3000 ที่มีความเร็วรีดสูงสุดประมาณ 80 เมตรต่อนาที และหน้ากว้างรีดสูงสุด 3,000 มม.
เหมาะกับใคร?
- โรงซักรีดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
- โรงแรมขนาดใหญ่
- โรงพยาบาล
- โรงงาน
- ศูนย์ซักรีดขนาดใหญ่
- ธุรกิจที่มีปริมาณผ้าจำนวนมากทุกวัน
ข้อดี
- รองรับปริมาณงานสูง
- ความเร็วในการรีดสูง
- เหมาะกับระบบ Production ที่ต้องการความต่อเนื่อง
- เหมาะสำหรับการติดตั้งในไลน์ซัก อบ รีด และพับแบบอุตสาหกรรม
ระบบทำความร้อนของเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมมีกี่ระบบ?
นอกจากจำนวนลูกกลิ้งแล้ว อีกเรื่องที่ต้องเลือกคือ ระบบทำความร้อน เครื่อง Flatwork Ironer มีตัวเลือกหลัก 3 ระบบ ได้แก่
- ระบบไฟฟ้า (Electric Heating)
- ระบบแก๊ส (Gas Heating)
- ระบบไอน้ำ (Steam Heating)
ทั้ง 3 ระบบเป็นตัวเลือกสำหรับรุ่น YPI-3000 ถึง YPIV-3000
การเลือกระบบทำความร้อนไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนลูกกลิ้งเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก ระบบพลังงานที่สถานประกอบการมีอยู่ ต้นทุนพลังงาน ความสะดวกในการติดตั้ง และปริมาณงาน
1. ระบบทำความร้อนไฟฟ้า Electric Heating
ระบบไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าในการสร้างความร้อนสำหรับกระบวนการรีด แรงดันไฟฟ้า 380V และกำลังไฟฟ้าสำหรับระบบทำความร้อนเพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกกลิ้ง เช่น 36 kW สำหรับ 1 ลูก, 72 kW สำหรับ 2 ลูก, 108 kW สำหรับ 3 ลูก และ 144 kW สำหรับ 4 ลูก ในตารางรุ่นที่เผยแพร่โดย BLCC
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับสถานประกอบการที่
- มีระบบไฟฟ้ารองรับ
- ไม่ต้องการติดตั้งระบบ Boiler
- ไม่ต้องการระบบแก๊ส
- ต้องการระบบทำความร้อนที่ควบคุมง่าย
- ต้องการติดตั้งเครื่องแยกจากระบบไอน้ำกลาง
ก่อนเลือกต้องดูอะไร?
ต้องตรวจสอบว่าไฟฟ้าของสถานที่สามารถรองรับกำลังของเครื่องได้หรือไม่ โดยเฉพาะเครื่องที่มีหลายลูกกลิ้ง เพราะกำลังไฟฟ้าของระบบ Heating จะสูงขึ้นตาม Configuration
2. ระบบทำความร้อนแก๊ส Gas Heating
ระบบแก๊สใช้ Burner เป็นแหล่งสร้างความร้อนสำหรับเครื่องรีด อัตราการใช้แก๊สในตารางรุ่นประมาณ
| จำนวนลูก | Gas Consumption |
|---|---|
| 1 ลูก | 5 m³/h |
| 2 ลูก | 10 m³/h |
| 3 ลูก | 15 m³/h |
| 4 ลูก | 20 m³/h |
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับสถานประกอบการที่
- มีระบบแก๊สอยู่แล้ว
- ต้องการใช้เชื้อเพลิงสำหรับสร้างความร้อน
- มีพื้นที่และระบบสำหรับติดตั้ง Burner และระบบระบายอากาศ
- มีระบบความปลอดภัยและการติดตั้งที่เหมาะสม
ก่อนเลือกต้องดูอะไร?
ต้องตรวจสอบชนิดแก๊ส แรงดันแก๊ส ระบบจ่ายแก๊ส ระบบระบายอากาศ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานที่ติดตั้งกับผู้จำหน่ายและผู้ติดตั้งก่อนใช้งานจริง
3. ระบบทำความร้อนไอน้ำ Steam Heating
ระบบไอน้ำใช้ไอน้ำจาก Boiler ส่งเข้าสู่ระบบทำความร้อนของเครื่องรีดจึงเหมาะอย่างมากกับโรงซักรีดที่มี Steam Boiler อยู่แล้ว ช่วงแรงดันไอน้ำประมาณ 0.3–0.5 MPa และความต้องการไอน้ำเพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกกลิ้ง
| จำนวนลูก | Steam Heating |
|---|---|
| 1 ลูก | 100 kg/h |
| 2 ลูก | 200 kg/h |
| 3 ลูก | 300 kg/h |
| 4 ลูก | 400 kg/h |
เหมาะกับใคร?
- โรงซักรีดอุตสาหกรรมที่มี Boiler
- โรงแรมขนาดใหญ่
- โรงพยาบาล
- โรงงานที่มีระบบ Steam อยู่แล้ว
- Laundry ที่มีเครื่องจักรหลายประเภทและใช้ไอน้ำเป็นพลังงานหลัก
ข้อดี
ถ้าสถานประกอบการมี Boiler และระบบไอน้ำอยู่แล้ว การเลือกเครื่องรีดแบบ Steam Heating สามารถทำให้เครื่องรีดทำงานร่วมกับระบบพลังงานกลางของโรงงานได้
ตารางเปรียบเทียบ 3 ระบบทำความร้อน
| หัวข้อ | ไฟฟ้า | แก๊ส | ไอน้ำ |
|---|---|---|---|
| แหล่งพลังงาน | ไฟฟ้า | แก๊ส | Boiler |
| ต้องมี Boiler | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง | ต้องมี |
| ต้องมีระบบแก๊ส | ไม่ต้อง | ต้องมี | ไม่ต้อง |
| ต้องมีระบบไฟฟ้า | ต้องมี | ต้องมีสำหรับระบบควบคุม/ขับเคลื่อน | ต้องมีสำหรับระบบควบคุม/ขับเคลื่อน |
| เหมาะกับ | สถานที่มีไฟฟ้าพร้อม | สถานที่มีระบบแก๊ส | โรงงานที่มี Boiler |
| เหมาะกับงาน | ขนาดเล็ก–ใหญ่ตามรุ่น | ขนาดกลาง–ใหญ่ | ขนาดกลาง–ใหญ่ |
| สิ่งที่ต้องตรวจสอบ | kW และระบบไฟ | Gas Type/Pressure | Steam Pressure/Capacity |
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางในการเลือกเบื้องต้น ไม่ควรใช้แทนการคำนวณโหลดไฟฟ้า ปริมาณแก๊ส หรือกำลัง Boiler สำหรับโครงการจริง
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมมีกี่ระบบ?
หากมองเครื่องทั้งเครื่อง ไม่ควรนับเพียงว่า “มี 1 ระบบ” หรือ “มี 3 ระบบ” เพราะเครื่องประกอบด้วยหลายระบบที่ทำงานร่วมกัน ระบบสำคัญที่ควรทำความเข้าใจมีดังนี้
1. ระบบลูกกลิ้ง Roller System
เป็นส่วนหลักของเครื่องที่สัมผัสกับผ้าและทำหน้าที่ร่วมกับความร้อนและแรงกดเพื่อทำให้ผ้าเรียบและลดความชื้น วัสดุลูกกลิ้งเป็น Stainless Steel 304
2. ระบบทำความร้อน Heating System
มี 3 ตัวเลือกหลัก
- Electric
- Gas
- Steam
3. ระบบขับเคลื่อน Drive System
ทำหน้าที่ขับลูกกลิ้งให้หมุนและพาผ้าเคลื่อนผ่านเครื่อง กำลังมอเตอร์จะเปลี่ยนไปตามรุ่นและ Configuration ดังนั้นควรตรวจ Datasheet ของรุ่นจริงก่อนระบุในเอกสารขาย
4. ระบบควบคุมความเร็ว Speed Control
ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับความเร็วในการรีดให้เหมาะกับชนิดผ้าและสภาพความชื้น เครื่องมีระบบ Continuously Variable Speed ซึ่งสามารถปรับความเร็วได้ตามความต้องการของงาน
5. ระบบควบคุมอุณหภูมิ Temperature Control
ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของกระบวนการให้เหมาะสมกับการรีดผ้า ระบบควบคุมมี Temperature Controller และมีการควบคุมความชื้นเพื่อช่วยให้การรีดทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ
6. ระบบป้อนผ้า Linen Feeding System
ทำหน้าที่นำผ้าเข้าสู่บริเวณลูกรีดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ใช้สายพานป้อนผ้าแบบกว้างและแบบ Fixed เพื่อช่วยลดการเคลื่อนตัวที่ไม่แน่นอนของผ้าผืนกว้างระหว่างการป้อน
7. ระบบรีดและลดความชื้น Ironing & Drying System
เป็นการทำงานร่วมกันของ ความร้อน + แรงกด + การเคลื่อนที่ผ่านลูกกลิ้ง เพื่อทำให้ผ้าเรียบและลดความชื้น
ควรเลือกเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมกี่ลูก?
การเลือกจำนวนลูกไม่ควรดูแค่ราคาหรือความเร็วสูงสุด แต่ควรดู ปริมาณผ้าต่อวันและความต่อเนื่องของงาน
เลือก 1 ลูก ถ้า…
มีปริมาณผ้าไม่มาก ต้องการเครื่องสำหรับงานรีดผ้าในธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง และไม่ได้ต้องการเดินเครื่องด้วยความเร็วสูงตลอดทั้งวัน
เลือก 2 ลูก ถ้า…
มีปริมาณผ้าเพิ่มขึ้นและต้องการกำลังการผลิตที่สูงกว่าเครื่อง 1 ลูก เหมาะกับโรงแรมหรือโรงซักรีดที่มีงานประจำทุกวัน
เลือก 3 ลูก ถ้า…
มีผ้าจำนวนมากและต้องการให้ขั้นตอนรีดเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Production ที่ทำงานต่อเนื่อง
เลือก 4 ลูก ถ้า…
เป็นโรงซักรีดอุตสาหกรรมหรือศูนย์ซักรีดขนาดใหญ่ที่มีปริมาณผ้าสูง และต้องการความเร็วในการผลิตสูง
ความเร็วสูงสุดเพิ่มจาก 25 → 40 → 60 → 80 เมตร/นาที เมื่อจำนวนลูกเพิ่มจาก 1 → 2 → 3 → 4 ลูกตามลำดับ
เลือกระบบไฟฟ้า แก๊ส หรือไอน้ำอย่างไร?
วิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือ ดูว่าธุรกิจมีระบบพลังงานอะไรอยู่แล้ว
– ถ้ามีไฟฟ้าพร้อม แต่ไม่มี Boiler
พิจารณา Electric Heating เหมาะกับสถานที่ที่ต้องการติดตั้งเครื่องแยกเป็นระบบของตัวเอง และไม่มีระบบ Steam กลาง
– ถ้ามีระบบแก๊สพร้อม
พิจารณา Gas Heating เหมาะกับธุรกิจที่มีระบบแก๊สและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Burner และระบบระบายอากาศ
– ถ้ามี Boiler อยู่แล้ว
พิจารณา Steam Heating เหมาะกับโรงซักรีดอุตสาหกรรมที่มีระบบไอน้ำอยู่แล้ว และต้องการใช้ระบบพลังงานร่วมกับเครื่องจักรอื่น
เหมาะกับผ้าประเภทไหน?
Flatwork Ironer เหมาะกับ ผ้าผืนหรือผ้าแบน (Flatwork Linen) ที่สามารถป้อนเข้าสู่เครื่องได้อย่างต่อเนื่อง เช่น
- ผ้าปูที่นอน
- ปลอกหมอน
- ผ้าปูโต๊ะ
- ผ้าลินิน
- ผ้าสำหรับโรงแรม
- ผ้าจากโรงพยาบาล
- ผ้าสำหรับโรงซักรีด
โดยเครื่องประเภทนี้เหมาะกับผ้าที่ผ่านการซักและปั่นหมาดมาแล้ว และต้องการเข้าสู่ขั้นตอนรีดและลดความชื้น
ต่างจากเครื่องรีดทั่วไปอย่างไร?
เครื่องรีดทั่วไปเหมาะกับการรีดเสื้อผ้าเป็นชิ้นหรือการทำงานในปริมาณไม่มากแต่เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมถูกออกแบบมาเพื่อ งานผ้าจำนวนมากและการทำงานต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น หากโรงแรมมีผ้าปูที่นอนจำนวนหลายร้อยหรือหลายพันผืนต่อวัน การนำผ้าแต่ละผืนไปรีดด้วยเตารีดหรือเครื่องรีดขนาดเล็กจะใช้แรงงานและเวลามาก เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมจึงเข้ามาช่วยเปลี่ยนขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการแบบต่อเนื่อง ซัก → ปั่นหมาด → รีด/ลดความชื้น → พับ → จัดเก็บ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการทำระบบ Commercial Laundry และ Industrial Laundry
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม
ก่อนเลือกเครื่องควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อย 7 เรื่อง
1. ปริมาณผ้าต่อวัน
ควรรู้ว่ามีผ้าประมาณกี่กิโลกรัมต่อวัน หรือมีจำนวนผ้ากี่ผืนต่อวัน
2. ประเภทของผ้า
ผ้าปูที่นอน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าลินิน หรือผ้าชนิดอื่นอาจมีความหนาและความชื้นแตกต่างกัน
3. ความกว้างของผ้า
ต้องเลือกหน้ากว้างเครื่องให้เหมาะกับขนาดผ้าที่ต้องการรีด
4. ความเร็วที่ต้องการ
ยิ่งมีปริมาณงานมาก ยิ่งต้องพิจารณาความเร็วในการรีดและจำนวนลูกกลิ้ง
5. ระบบพลังงานที่มีอยู่
ตรวจสอบว่าหน้างานมี
- ไฟฟ้า
- แก๊ส
- Boiler/Steam
6. พื้นที่ติดตั้ง
เครื่องหลายลูกมีขนาดและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขนาดโดยรวมของรุ่น 1 ลูกประมาณ 4,200 × 1,400 × 1,500 มม. และรุ่น 3 ลูกประมาณ 4,200 × 3,000 × 1,500 มม. ในบางตารางสเปก จึงต้องตรวจสอบพื้นที่สำหรับตัวเครื่อง ทางเดินผ้า การบำรุงรักษา และพื้นที่สำหรับระบบพลังงานก่อนติดตั้ง
7. ระบบต่อเนื่องใน Laundry
หากต้องการทำระบบซักรีดแบบครบวงจร ควรพิจารณาเครื่องรีดร่วมกับ เครื่องซักอุตสาหกรรม → เครื่องอบผ้า → เครื่องรีดผ้าอุตสาหรรม → เครื่องพับผ้า เพื่อให้การทำงานต่อเนื่องและลดการใช้แรงงาน
สรุปการเลือกเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมแบบเข้าใจง่าย
หากยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องรีดอุตสาหกรรม ให้จำง่าย ๆ 2 เรื่อง
เรื่องที่ 1 — เลือก “จำนวนลูกกลิ้ง”
1 ลูก→ งานน้อยถึงปานกลาง
2 ลูก→ งานปานกลางถึงมาก
3 ลูก→ งานมากและต้องการความเร็วสูง
4 ลูก→ งานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และต้องการกำลังการผลิตสูง
เรื่องที่ 2 — เลือก “ระบบทำความร้อน”
Electric → มีไฟฟ้าพร้อม และไม่มี Boiler
Gas → มีระบบแก๊สพร้อมและเหมาะกับการใช้ Burner
Steam → มี Boiler และระบบไอน้ำอยู่แล้ว
ดังนั้นการเลือกเครื่องที่ถูกต้องไม่ใช่การเลือกเครื่องที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการเลือกเครื่องที่ มีกำลังการผลิตเหมาะกับปริมาณผ้า ระบบพลังงานเหมาะกับหน้างาน และสามารถทำงานต่อเนื่องได้ตามความต้องการของธุรกิจ
ตารางสรุป Flatwork Ironer
| รุ่น | ลูกกลิ้ง | หน้ากว้างสูงสุด | ความเร็วสูงสุด | ระบบทำความร้อน |
|---|---|---|---|---|
| YPI-3000 | 1 | 3,000 มม. | 25 ม./นาที | ไฟฟ้า / แก๊ส / ไอน้ำ |
| YPII-3000 | 2 | 3,000 มม. | 40 ม./นาที | ไฟฟ้า / แก๊ส / ไอน้ำ |
| YPIII-3000 | 3 | 3,000 มม. | 60 ม./นาที | ไฟฟ้า / แก๊ส / ไอน้ำ |
| YPIV-3000 | 4 | 3,000 มม. | 80 ม./นาที | ไฟฟ้า / แก๊ส / ไอน้ำ |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Flatwork Ironer
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมคืออะไร?
Flatwork Ironer คือเครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมแบบลูกกลิ้ง สำหรับรีดผ้าผืนขนาดใหญ่และช่วยลดความชื้น เหมาะกับโรงแรม โรงพยาบาล โรงซักรีด และธุรกิจที่มีผ้าจำนวนมาก
มีกี่ลูกกลิ่ง?
มีตั้งแต่ 1 – 4 ลูกกลิ้ง โดยจำนวนลูกที่มากขึ้นรองรับความเร็วในการรีดที่สูงขึ้น
ใช้ไฟฟ้าหรือแก๊ส?
สามารถเลือกได้ทั้ง ไฟฟ้า แก๊ส และไอน้ำ
เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมเหมาะกับธุรกิจอะไร?
เหมาะกับโรงแรม โรงพยาบาล โรงซักรีดเชิงพาณิชย์ โรงซักรีดอุตสาหกรรม รีสอร์ต โรงงาน และธุรกิจที่มีผ้าผืนจำนวนมาก
ควรเลือกเครื่องกี่ลูก?
ให้เริ่มจากการคำนวณปริมาณผ้าต่อวันและความเร็วที่ต้องการ หากมีงานไม่มากอาจเลือก 1 ลูก หากมีงานมากและต้องการเดินเครื่องต่อเนื่องควรพิจารณา 2–4 ลูก
สรุป
เครื่องรีดผ้าคือหัวใจสำคัญของขั้นตอนรีดผ้าในระบบซักรีดอุตสาหกรรม เพราะสามารถทำงานต่อเนื่องและช่วยทั้งรีดผ้าและลดความชื้นได้ในกระบวนการเดียว มีตัวเลือกจำนวนลูกกลิ้งตั้งแต่ 1–4 ลูก และสามารถเลือกแหล่งพลังงานสำหรับการทำความร้อนได้ทั้ง ไฟฟ้า แก๊ส และไอน้ำ ทำให้สามารถเลือก Configuration ให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ ปริมาณผ้า และระบบพลังงานของแต่ละสถานประกอบการได้ หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกเครื่องแบบใด ควรพิจารณา ปริมาณผ้าต่อวัน ประเภทผ้า ขนาดผ้า ความเร็วที่ต้องการ ระบบพลังงานที่มีอยู่ และพื้นที่ติดตั้ง ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากที่สุด
